[SF] GDTORY - Late Realize

posted on 14 Jul 2011 23:03 by fushifive in Fiction

Title :  Late Realize

Paring : GDTORY

Author : sumai

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“พี่จียงงงงงงงงง”

เสียงเล็กดังขึ้นพร้อมกับการกระโจนเข้าหาคนที่นอนหลับอย่างมีความสุขอย่างจัง

“อือ”  = =

“ตื่นได้แล้วฮะ ^^  นี่มันจะแปดโมงแล้ว วันนี้เปิดเรียนวันแรก  ผมไม่อยากไปสาย”

“แล้วไง  วันนี้พี่เรียนบ่าย”   ร่างโปร่งตอบกลับไปอย่างงัวเงีย

ก็เมื่อคืนกว่าจะเข้านอน  มันก็ปาเข้าไปเกือบตีสองแล้ว

“ชิส์”  ร่างเล็กย่นจมูกขึ้น พร้อมกับเอาอากาศเข้าแก้ม

“แต่พี่ต้องไปส่งผมไปเรียนน่ะ  จำไม่ได้รึงัย  เมื่อวานสัญญากันแล้ว”

ง่ะ  ทำไมเขาต้องทำอะไรที่เป็นการทำลายความสุขของตัวเองแบบนี้น่ะ  ไม่น่าไปสัญญากับเด็กนี่ไว้เลย

“อือ  งั้นลงไปรอข้างล่างแล้วกัน  เด่วพี่ขอล้างหน้าแปรงฟันแปปนึง”  พูดอย่างจำใจ

“^______^ โอเคเลยฮะ  เร็วๆน่ะ”

พูดเสร็จร่างเจ้าเด็กน้อยก็วิ่งตึงๆลงบันไดไป

=________=  การนอนหลับของผม  ชวดเลย

 

 

 

 

ผม ควอนจียง  นักศึกษาปี2 ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

ผมกับซึงรี ไม่ได้เป็นพี่น้องกันหรอกน่ะ   เราสองคนอยู่บ้านติดกัน  และเด็กนั่นก้อติดผมยังกะตังเม   อาจจะเป็นเพราะว่าเราสองคนโตมาด้วยกัน  และซึงรีก็มีแต่ผมที่เป็นเพื่อนเล่นด้วย

 

“อ้าว จียง ไปส่งน้องหรอลูก” เสียงคุณนายควอนทักขึ้น  เมื่อเห็นลูกชายเดินลงบันไดมา

“ครับ” ตอบกลับไปอย่างจำใจ

“ดีแล้ว  ช่วงนี้คุณลุงเขาต้องไปต่างจังหวัด  เลยไม่มีคนไปส่งซึงรีน่ะ”  คุณนายควอนพูดพร้อมกับจัดข้าวต้มให้ลูกชาย

“หรอครับ  แต่ซึงรีก็โตแล้ว  น่าจะไปกับรถไฟฟ้าเองได้”

“ได้ไงกัน  น้องเขายังเด็กอยู่  ลูกไปส่งน่ะ  ถูกแล้ว”   ดูซิครับ แม่ผมน่ะ  รักซึงรีมากกว่าผมที่เป็นลูกแท้ๆสะอีก

“แต่ซึงรีอยู่ ม.5 แล้วน่ะครับ  อายุ 17 แล้ว  ตอนผมอายุเท่าซึงรีน่ะ  ผมก็นั่งรถไฟฟ้าไปเรียนเอง” จียงเถียงออกไป

“ไม่รู้หล่ะ  ยังไงลูกก็ต้องไปส่งน้อง  มากินข้าวได้แล้ว  ซึงรีกลับไปเอากระเป๋าน่ะ” คุณนายควอนยังคงยืนยันคำเดิม

“อ่อ เดี๋ยวผมกลับมากินข้าวก็ได้ครับ  เดี๋ยวน้องจะสาย”  ผมพูดขึ้นพร้อมกับก้าวขาจะออกจากบ้าน

“อ้าว  ลูกไม่ไปเรียนพร้อมกันเลยหรอ”  คุณนายควอนเงยหน้าขึ้นมาถามลูกชาย

“ปล่าวครับ  วันนี้ผมมีเรียนบ่าย”  พูดพร้อมกับเดินออกไป

 

 

 

 

“ขอบคุณที่มาส่งฮะ” ซึงรีส่งยิ้มกว้างมาให้

“ไม่เป็นไร  ตั้งใจเรียนล่ะ” ควอนจียงพูดออกไปพร้อมกับลูบหัวคนตัวเล็กเบาๆ

“ฮะ  แล้วตอนเย็น พี่จียงจะมารับผมมั้ยฮะ”  ถามออกไปด้วยสายตาเป็นประกาย

“ไม่ล่ะ  ตอนเย็นพี่ไม่ว่าง  ซึงรีกลับบ้านเองแล้วกัน”

“หรอฮะ  ไม่เป็นไรฮะ  ผมกลับกับแดซองก็ได้” คนตัวเล็กพึมพำด้วยเสียงหงอยๆ  พร้อมก้าวเท้าลงจากรถ

 

 

ผมอีซึงฮยอน  อ่ะ เรียกว่าซึงรีก็ได้น่ะ  ใครๆก็เรียกซึงรีกันทั้งนั้น

คนที่มาส่งผมเมื้อกี้น่ะ  พี่ชายข้างบ้านผมเองฮะ  พี่จียงเป็นพี่ชายที่แสนดีและเป็นฮีโร่สำหรับผมด้วย

คุณเห็นด้วยใช่มั้ยล่ะ  พี่จียงน่ะ ใจดีออก  ถึงแม้บางครั้งจะทำเสียงหงุดหงิดนิดหน่อย  เมื่อผมขอให้ทำอะไรสักอย่าง ^___^

 

 

“ซึงรี  พี่จียงมาส่งหรอ”  เสียงใสทักผมขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างบางที่น่ารักและสดใส

“อือ  แดซองล่ะฮาอึม  ไม่ได้มาด้วยกันหรอ” ซึงรีถามขึ้น

“อ่อ แดซองเข้าห้องน้ำน่ะ  เด่วก็ตามมา ไปเข้าห้องกันเถอะ” ฮาอึมรั้งให้ผมเดินไปเข้าห้องด้วยกัน

 

 

 

“ซึงรี  ฉันกับฮาอึมจะไปดูหนังกัน  ไปด้วยกันมั้ย” เพื่อนผมที่ชื่อแดซองถามขึ้น  ขณะที่เราสามคนเดินออกจากรั้วโรงเรียน

“วันนี้หนังที่ซองเฮคโย  นางเอกนาย  ลงโรงวันแรกแหละ  ไปด้วยกันน่ะ” เสียงของฮาอึมเอ่ยชวนอีกแรง

ถ้าเป็นวันปกติ  ผมอาจจะปฏิเสธไปแล้วก็ได้  ก็ทุกวัน พี่จียงจะมารับนี่

แต่วันนี้ผมคงไม่ต้องปฏิเสธเพื่อนแล้วมั้ง   ผมควรจะดีใจสิ ที่จะได้ไปดูหนังที่นางเอกในดวงใจแสดง  แต่ทำไมผมถึงรู้สึกหนึบๆที่หน้าอกข้างซ้ายน่ะ

 

เพราะดีใจเกินเหตุหรือผมกำลังน้อยใจอะไรบางอย่าง

 

 

 

 

 

“ซึงรี  นั่นพี่จียงนี่” แรงสะกิดเบาๆจากแดซอง  ทำให้คนตัวเล็กต้องหันไปดู  และภาพที่เห็นก็ทำเอาซึงรีรู้สึกร้อนๆที่หางตา

‘ พี่ไม่ว่างเพราะต้องพาเธอมาดูหนังหรอฮะ’ 

ความเงียบที่ได้รับ  ทำให้แดซองต้องแตะบ่าเพื่อนเบาๆ  “เข้าไปกันเถอะซึงรี  หนังจะฉายแล้ว”

 

 

ทั้งๆที่เป็นนางเอกในดวงใจ แต่ซึงรีกลับดูหนังไม่รู้เรื่องเลยสักนิด   เกิดอะไรขึ้นน่ะ

แค่เห็นพี่จียงเอาใจใส่คนอื่นมากกว่าเขา  ทำไมถึงต้องรู้สึกเจ็บด้วย

 

 

 

 

“ พี่จียง    ธุระที่ทำให้พี่ไปรับผมไม่ได้  ก็คือ พาผู้หญิงไปดูหนังเนี่ยน่ะ”

แล้วความน้อยใจก็ทำให้เขาต้องมานั่งอยู่ในห้องของพี่จียงจนได้

“ทำไม  แปลกตรงไหน  ใครๆก็ไปดูหนังกันได้นี่”

“งั้นก็แสดงว่า พี่ไม่อยากไปรับผมงั้นสิ”  โกรธแล้ว  แทนที่พี่จียงจะแก้ตัวสักนิด  แต่กลับทำเหมือนคนอื่นสำคัญกว่าเขา 

“ซึงรี  พี่ไม่ได้ว่างขนาดที่ต้องดูแลนาย 24 ชม.น่ะ”

“แต่พี่เคยสัญญาว่าจะดูแลผมนี่”

“นั่นมันสัญญาของเด็กๆ  ลืมมันไปเหอะ   พี่เบื่อที่ต้องดูแลนาย  ทั้งๆที่นายก็โตพอที่จะดูแลตัวเองได้” เสียงที่ติดเหมือนจะรำคาญนั่น  ทำเอาผมอึ้งไปสักพัก  พี่จียงไม่เคยเป็นแบบนี้นี่นา

“งั้นหรอ  ผมทำให้พี่รำคาญขนาดนั้นเลยหรอฮะ” พยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่น   นายโตแล้วน่ะซึงรี

“.................”

“จริงสิ  ผมโตแล้วนี่นา  เพราะงั้นพี่ก็ไม่จำเป็นต้องดูแลผมอีก  ต่อไปนี้ พี่ก็ไม่ต้องดูแลผมแล้วล่ะ”  ฝืนยิ้มออกไปทั้งๆที่ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนหัวใจโดนบีบรัดจากแรงมหาศาล

“ขอบคุณมากน่ะฮะ  ที่ดูแลผมมาตลอด” 

 

 

 

“อ้าว  จียง  ทำไมวันนี้ตื่นสายล่ะ  มีเรียนเช้าไม่ใช่หรอ” คุณนายควอนทักลูกชายที่กำลังเดินผ่านห้องรับแขกไป

จียงจิ้มเจื่อนๆให้แม่  “แฮะๆๆๆ  ผมลืมตั้งนาฬิกาปลุกน่ะครับ”

 

ก็ปกติจะมีใครบางคนมาส่งเสียงรบกวนเขาแต่เช้านี่นา  

 

หรือเขาจะชินกับการมีคนตัวเล็กมาเติมพลังตอนเช้าน่ะ    เช้าวันนี้ถึงได้หดหู่อย่างบอกไม่ถูก

‘ไม่ใช่สะหน่อย  ควอนจียง  เมื่อคืนนายนอนดึกต่างหาก’ เอ่ยปากบอกตัวเองแบบนั้น  ทั้งๆที่ลึกๆแล้ว แอบไม่เห็นด้วยกับความคิดตัวเอง

.

.

.

.

.

เป็นสัปดาห์แล้วที่ผมไปเรียนคาบเช้าไม่ทัน  ทั้งๆที่ตั้งนาฬิกาปลุกทุกวัน

และทั้งๆที่ช่วงนี้ผมนอนตั้งแต่หัวค่ำ  แต่พอตื่นขึ้นมา  มันก็ไม่ได้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างที่ควรจะเป็น

 

เหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตจะขาดหายไป ....

เพราะไม่ชิน......  หรือไม่อาจยอมรับว่ามันควรชินได้แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

“ซึงรี  ช่วงนี้นายดูไม่สดใสเลย  เป็นอะไรหรือปล่าว” ฮาอึมเป็นฝ่ายถามขึ้นมา  หลังจากทนเห็นเพื่อนตัวเองทำหน้าซังกะตายมาเป็นสัปดาห์แล้ว

“ปล่าว  ไม่เปนไรหรอก   วันนี้เราไปกินไอติมกันเหอะ  นานแล้วที่พวกเราไม่ได้ไปกินด้วยกัน” ปฏิเสธเพื่อนออกไป  พร้อมทำเสียงร่าเริงยืนยันความ  ‘ไม่เป็นไร’ของตัวเอง

 

 

 

18.30 น.

‘เฮ้อ  ถึงจะได้กินไอติมที่ตัวเองชอบ  แต่มันก้อไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นมาสักนิด’ คนตัวเล็กเดินคิดถึงเรื่องความรู้สึกของตัวเอง  โดยไม่ได้สังเกตสักนิดถึงคนตัวสูงที่ยืนเกาะขอบรั้วที่กั้นระหว่างทั้งสองบ้านอยู่

 

“ทำไมถึงกลับมาค่ำขนาดนี้ห๊ะ  ซึงรี”  เสียงที่ดังขึ้นท่ามกลางความมืด  ทำเอาซึงรีผงะตกใจเล็กน้อย  

“พี่จียง” รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าใส  ก่อนจะหุบยิ้มลงทันควัน  เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน

“ไม่เห็นเกี่ยวกับพี่สักหน่อย  ผมโตแล้ว  ดูแลตัวเองได้” เสียงที่ตอบกลับไปเลยไม่วายเจือไปด้วยความประชดประชันและติดความน้อยใจมาด้วย

 

ควอนจียงไม่รู้ว่าเขารู้สึกยังไงตอนนี้   เสียงที่ได้ยิน  เขาอยากจะเชื่อว่ามันคือความน้อยใจ   แต่การสะบัดหน้าหนีแล้วเดินเข้าบ้านไปโดยไม่ได้ใส่ใจกับตัวเขาที่ยืนอยู่สักนิดของคนตัวเล็ก   ก็ทำให้เขารู้สึกแปลกๆที่หน้าอกได้เหมือนกัน

 

 

เจ็บแบบนี้หรือเปล่าน่ะ  ที่ซึงรีได้รับวันนั้น   

ความห่วงใยของเขาถูกมองข้ามอย่างไม่ใยดี   มันเจ็บแบบนี้สิน่ะ

 

 

'เขารู้ตัวตัวช้าไปเสียแล้ว'

 

 

 

 

 

 

END

 

Comment

Comment:

Tweet

ไรท์เตอร์คะ จบแค่นี้จริงๆหรอคะ?

#2 By จีรีโอนลี่ (103.7.57.18|182.52.126.44) on 2013-01-05 22:10